Homeschool การจัดการศึกษาโดยครอบครัว คือ อะไร?

0 Comments

Homeschool อิสระทางการศึกษา ที่เลือกได้


Homeschool  การจัดการศึกษาโดยครอบครัว ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้ระบุประเภทของการจัดการศึกษาในประเทศไทยไว้ 3 ประเภทคือ

1)การจัดการศึกษาในระบบห้องเรียน
2)การจัดการศึกษานอกระบบห้องเรียน
3) การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งประชาชนมีสิทธิเลือกรูปแบบเองได้

จะจัดแบบใดก็ได้ สามารถเทียบโอนผลการศึกษาได้หากต้องการเข้าระบบภายหลัง

แน่นอนว่าส่วนใหญ่ในบ้านเรา คุณพ่อคุณแม่เลือกเรียนระบบโรงเรียนทั่วไป เริ่มแรกจึงไม่ได้มีผู้จัดการเรียนการสอนเองมากนัก


3-4 ปีที่ผ่านมา หลายๆ ครอบครัวเริ่มขาดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการศึกษาในระบบโรงเรียน การเรียนการสอนที่ล้าสมัย เร่งรัดการเรียนวิชาการ จนทำให้เด็กขาดอิสระ เวลาว่าง ขาดทักษะชีวิต ทักษะการคิด ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทักษะที่สำคัญมากกว่า

การศึกษาแบบ Homeschool จึงเป็นตัวเลือกที่หลายครอบครัวให้ความสนใจ เพราะการศึกษาแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกรูปแบบการเรียนให้ได้ลูกได้เอง โดยปรับให้เข้ากับวิธีการเรียนรู้ของลูก

ยิ่งในปัจจุบัน ยุคที่มีโควิดแพร่ระบาด เด็กๆไปโรงเรียนไม่ได้ ต้องเรียนกับพ่อแม่อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว ซ้ำแล้วบางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนเรียนออนไลน์ตลอดวัน มีการบ้านเยอะเกินวัย ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มมีปัญหา พ่อแม่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับสิ่งที่ต้องทำอยู่

ผู้ปกครองจำนวนมากที่จ่ายค่าเทอมหลายแสนต่อปีตัดสินใจดรอปการเรียนชั่วคราวเพื่อทำการเรียนการสอนเองที่บ้าน ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดภาระของลูกที่ต้องนั่งเรียนออนไลน์ตลอดวันโดยไม่เหมาะสมกับวัย


การเรียนแบบ Homeschool คืออะไร?

คือ การที่ลูกเรียน โดยมีคุณพ่อคุณแม่ดูแลจัดการการเรียนการสอนได้เองอย่างเสรี 

แต่ก่อนจะเรียนนั้น จะต้องทำการจดทะเบียน เขียนแผนการศึกษาส่งสำนักงานเขตการศึกษาในพื้นที่ที่ผู้ปกครองอาศัยอยู่เสียก่อน


จริงๆแล้ว การเรียนระดับปฐมวัย ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ ผู้ปกครองจะจดทะเบียนหรือไม่จดก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนการเรียนระยะยาวของนักเรียน

หากนักเรียนมีแผนจะเรียนต่อระบบประถมในโรงเรียนปกติ ผู้ปกครองอาจสอบถามเงื่อนไขการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนนั้นๆ ว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง หลายๆโรงเรียนอาจดูแค่อายุนักเรียนโดยไม่สนใจวุฒิการศึกษาระดับปฐมวัย

หลักสูตรที่ใช้จดทะเบียน มักใช้หลักสูตรปฐมวัย 2560 ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองอ่านดูแล้ว จะพบว่าเป็นเป้าหมายที่สมวัย เน้นพัฒนาการช่วยเหลือตัวเองและสิ่งรอบตัว


ที่แคร์โรลล์ เพรพ เราแนะนำให้ผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย (อนุบาล 1-3) ที่มีอายุครบ 3 ปี จดทะเบียนจัดการเรียนโดยครอบครัว เพราะมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเขตกรุงเทพ และบริเวณโดยรอบ

ข้อดีของการจดทะเบียน

1. นักเรียนจะได้รับใบจบระดับปฐมวัย เมื่อเรียนจบอนุบาล 3

2. จดครั้งเดียวตอนอายุ 3 ปี ใช้ได้ถึงอายุ 5 ปี เพราะจดเป็นช่วงชั้น อ.1.-อ.3

3. ผู้ปกครองได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ เทอมละประมาณ 4,000฿

4. ไม่ต้องกังวลทีหลังว่าโรงเรียนประถมศึกษาที่ลูกจะไปเรียนต่อจะมีปัญหากับใบจบระดับชั้นอนุบาล


ข้อเสียของการจดทะเบียน

1. เป็นการจดทะเบียนที่จริงๆแล้วไม่จดก็ได้ เพราะไม่ใช่ภาคบังคับ บางเขตการศึกษาอาจมีความยุ่งยาก ล่าช้า หรือไม่อยากจดให้

2. เมื่อจดแล้วต้องมีการเก็บผลงานผู้เรียนตลอดปีการศึกษา เพื่อยื่นให้เป็นหลักฐานว่าเราสอนอะไรลูกไปบ้างตอนจบปีการศึกษา

3. มีการประเมิน 2 ครั้งต่อปี ในช่วงที่ไม่มีโรคระบาด ผู้ปกครองต้องพานักเรียนไปประเมินที่สำนักงานเขตด้วยตัวเอง


เมื่อคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจว่าจะสอนลูกเองที่บ้านแบบ Homeschool แล้ว เลือกว่าจะจดทะเบียนหรือไม่แล้ว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักกังวลต่อ คือ

แล้วเราจะทำเองได้ไหม?

ความรู้เรามากพอหรือป่าว?

นั่นคือบริการในส่วนที่ทีมคุณครูของแคร์โรลล์ เพรพ ช่วยได้ เรารู้พัฒนาการ ความสามารถของเด็กแต่ละวัย ความคาดหวังจากโรงเรียนในโลกจริงว่าเด็กควรมีทักษะอะไรบ้าง นอกจากการช่วยเหลือตัวเอง และเราจะพัฒนาทักษะนั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้อย่างไร เพื่อให้นักเรียนพร้อมจะกลับเข้าระบบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

เราช่วยแนะแนวทาง ออกความเห็น ช่วยยืนยันวิธีการเรียนการสอน ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่ผู้ปกครองพบเจอ

โทร 02-954-2168 Line OA : @carrollprep

อ่านบทความ เรียนที่บ้าน แล้วลูกจะขาดอะไรไหม?

ทำไมคำว่า “ไม่” “หยุด” “อย่า” ใช้ไม่ได้ผลเมื่อลูกดื้อ?

7 คำพูดที่ควรงด เมื่อลูกไม่มั่นใจ

สนใจสมัครใช้บริการ

Categories: